top of page
cover.jpg

Pink, Black & Blue

นิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยว โดย มานิต ศรีวานิชภูมิ
ภัณฑารักษ์ อัครา นักทำนา

11 กุมภาพันธ์ - 9 เมษายน 2566

​

เราเคยถอดรหัสของ ‘สี’ ได้ลึกซึ้งกว่านี้, เขียวแทนความอิจฉาริษยา ชมพูคือความปรารถนา แดงคือความอัปยศ ความทารุณแทนด้วยดำและน้ำเงิน

​

แม้ว่าสีจะดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่มันก็แบ่งแยกพวกเรา - เป็นเราเป็นเขา, ดำขาว, แดงน้ำเงิน, แดงเหลือง เราถูกชักจูงด้วยถ้อยคำลวงๆให้เอาชนะคะคานและประหัตประหารกัน เรื่องพวกนี้ทำให้ผู้คนเหนื่อยเกินที่จะรับรู้สิ่งอื่นใด แม้กระทั่งความอยู่รอดของพวกเรากันเองซะด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องศิลปะ

​

มันง่ายที่จะลืมไปว่า สีเป็นรูปแบบหนึ่งของแรงสั่นสะเทือนอันบริสุทธิ์ ปราศจากอคติและบริบทที่มนุษย์สร้างขึ้น มันคือพลังงานที่เยียวยาและปลดปล่อยเราจากความขัดแย้งทางอารมณ์ที่แสนคลุมเครือด้วยการระบายอารมณ์ออกมาอย่างน่าพึงใจ สีคือนาฏกรรมในชั่วพริบตา ก้าวพ้นคำบรรยายและรูปทรงใดๆ ก้าวข้ามกระทั่งการสัมผัส มันทำให้สมองอิ่มเอม และหัวใจกระจ่างชัดการจองจำระดับโลกจากการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส (Covid-19) ทำให้ศิลปินภาพถ่าย ‘มานิต ศรีวานิชภูมิ’ มีเวลาในการรวบรวมผลงานชุด Pink Man อันโด่งดังของเขาให้เสร็จ รวมถึงหนังสืออีกสองเล่มที่เนื้อหาเข้มข้นและไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน : งานที่ไม่ธรรมดาอย่าง ‘I Saw A Blue Wing’ และความสุขอันแสนมืดดำ ‘When I Was Twenty’

​

‘Pink, Black & Blue’ คือนิทรรศการรวบรวมงานจากทั้งสามชุดเข้าด้วยกัน

​

เกี่ยวกับศิลปิน

มานิต ศรีวานิชภูมิ (เกิด 1961 กรุงเทพ, ประเทศไทย)

​

ศิลปินภาพถ่ายผู้มีส่วนร่วมบุกเบิกวงการภาพถ่ายร่วมสมัยของไทย ผลงานแนวสังคมและการเมืองของเขาได้รับเชิญไปแสดงในเทศกาลภาพถ่ายและศิลปะร่วมสมัยทั่วโลก อาทิ Jimei x Arles International Photo Festival (จีน 2565), RAY Fotografieprojekte (แฟรงเฟิร์ต 2555), the 6th Asia Pacific Triennial (ออสเตรเลีย 2552), Photoquai (ปารีส 2550), Gwangju Biennale (เกาหลี 2549), the Venice Biennale (อิตาลี 2546), Photo Espana (สเปน 2544), Pingyao International Photography Festival (จีน 2544) และตัวงานยังได้รับการสะสมในพิพิธภัณฑ์สำคัญๆ เช่น the Maison Europeenne de la Photographie (ฝรั่งเศส), the DG Bank (เยอรมนี), the Asian Art Museum of San Francisco (สหรัฐอเมริกา), the Queensland Art Gallery (ออสเตรเลีย), the National Gallery of Australia (ออสเตรเลีย), the Fukuoka Asian Art Museum (ญี่ปุ่น), the National Gallery Singapore (สิงคโปร์) และthe Singapore Art Museum (สิงคโปร์) รวบไปถึงนักสะสมเอกชนมากมาย

 

ในปี 2545 สำนักพิมพ์ไพดอน (ลอนดอน) ได้เลือกมานิตให้เป็น 1 ใน 100 ช่างภาพโลกที่มีผลงานโดดเด่นน่าตื่นเต้น  ปี 2550 เขาได้รับรางวัล the Higashikawa Overseas Photographer Prize จากญี่ปุ่น  และปี 2557 เขาได้รับเหรียญตราชั้นอัศวิน ด้านศิลปะและวรรณคดี จากกระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส  ล่าสุดปี 2563 หนังสือภาพถ่าย “บางกอกเทคนิคคัลเล่อร์” ของเขาได้รับรางวัล the Asia Prize by Photo City Sagamihara จากญี่ปุ่น  ปัจจุบัน มานิตยังเป็นกรรมการบริหารหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เขายังคงดูแลองค์กรศิลปะ 2 แห่ง: คัดมันดู โฟโต้ แกลเลอรี่ และ ซิเนม่าโอเอซิส พร้อมเป็นอาจารย์พิเศษสอนศิลปะภาพถ่ายร่วมสมัยที่ภาควิชาฟิล์มและภาพนิ่ง คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ

​

เกี่ยวกับภัณฑรักษ์

อัครา นักทำนา (B.1979 in Bangkok, Thailand)

​

เกิดเมื่อปี 1979 และเติบโตที่กรุงเทพฯ เริ่มต้นถ่ายภาพด้วยตัวเองตั้งแต่ปี 2008 งานภาพถ่ายของอัคราเข้าร่วมแสดงในหลายๆเทศกาลภาพถ่าย เช่น Miami Street Photography Festival 2013, Singapore International Photo Festival 2016, Photo Bangkok Festival 2015-2018, Dali International Photo Festival 2019, ฯลฯ หนังสือภาพถ่ายของเขาที่ชื่อ Signs ได้ถูกนำเสนอที่งาน NY Art Book Fair 2016 จัดขึ้นที่ MoMA PS1 และถูกจัดเก็บไว้ที่ Franklin Furnace Archive and MoMA Library ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Anamorphosis Prize 2016

 

อัคราก่อตั้ง CTypeMag ตั้งแต่ปี 2016 และเปิดแกลลอรี่ภาพถ่ายในกรุงเทพฯในปี 2021 มุ่งหวังที่จะสนับสนุนศิลปะภาพถ่ายร่วมสมัยจากทั่วโลกโดยเฉพาะศิลปินที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก ปี 2022 อัคราได้เป็นภัณฑารักษ์คัดเลือกผลงานภาพถ่ายไปจัดแสดงนิทรรศการกลุ่มชื่อว่า “นักตีความ” ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA) ปัจจุบันอัคราเป็นศิลปินภาพถ่าย และภัณฑารักษ์อิสระในกรุงเทพฯ 

​

bottom of page