
UNDER THE BURNING SUN THE GRASS IS GREENER THAN EVER
นิทรรศการเดี่ยว โดย เล็ก เกียรติศิริขจร
ภัณฑารักษ์ กฤษฎา ดุษฎีวนิช
8 กรกฎาคม - 3 กันยายน 2566
ภายใต้ “ภาพ” สังคมอันสงบสุขราวสรวงสรรค์ มีผืนดินแผ่นฟ้ากว้างใหญ่โอบรัดดั่งความสุขที่ผันผ่านชั่วขณะ เรื่องราวต่าง ๆ นานาทางประวัติศาสตร์ได้กลับกลายเป็นหมอกควันจาง ๆ อบอวลวนเวียนคุกรุ่นเรียกร้องซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความงามอย่างน่าสะพรึง
เสียงกรีดร้องของประวัติศาสตร์กำลังร้องเรียกให้ผู้ คนหันมาทบทวน ตรวจสอบ สะเก็ดแผลในช่วงเวลาแห่งความมืดดำของสังคม ที่ได้จารึกไว้เมื่อครั้งอดีตจนผันผ่านสู่ความเป็นปกติในปัจจุบัน ความปกติที่ไม่ปกตินี้เองได้สร้างร่องรอยของลมหายใจในความทรงจำอันแผ่วเบาและเจ็บปวด จนนำไปสู่กระบวนการเเทรกตัวอยู่ในร่องลึกที่ถูกลบไปในประวัติศาสตร์
นิทรรศการ UNDER THE BURNING SUN THE GRASS IS GREENER THAN EVER โดย เล็ก เกียรติศิริขจร ได้นำก้อนตะกอนเศษซากความทรงจำต่าง ๆ มาประกอบสร้างด้วยภาษาของภาพถ่ายที่เเตกหน่อ สู่การนำมโนทัศน์ของพื้นที่เเละเวลามาร้อยเรียงใหม่ ราวกับการนำประวัติศาสตร์ พื้นที่ ผู้คน เเละเวลามาสร้างการเชื่อมโยงใหม่ ด้วยการสร้างอุโมงค์กาลเวลาอันพร่าเลือน พาเราย้อนกลับไปสู่เรื่องราวในอดีต ที่กำลังซ้อนทับกับความทรงจำใหม่ในปัจจุบัน
เกี่ยวกับศิลปิน
เล็ก เกียรติศิริขจร (B.1977, Thailand)
ศิลปินภาพถ่ายร่วมสมัยที่มีผลงานร่วมเเสดงในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา รัสเซีย เนเธอร์แลนด์ จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง เล็กเป็นหนึ่งใน 20 ช่างภาพทั่วโลกที่ถูกคักเลือกให้เข้าร่วมโครงการ “ The Russian Moment” งานภาพถ่ายชุด “Restoration from Within” ได้ถูกนำไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ The State Russian Museum ร่วมกับงานของช่างภาพที่มีชื่อเสียงในระดับโลก เช่น Adam Broomberg & Oliver Chanarin, Pablo Batholomew, Stanley Green และ Martin Kollar
นอกจากนี้ ภาพถ่ายของเล็กในชุด “Lost in Paradise” ยังได้รับทุนสนับสนุนเเละได้รับคัดเลือกให้เป็นผลงานสะสมของพิพิธภัณฑ์ Quai Branly Museum ในปารีส (ฝรั่งเศส) รวมถึง สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (ไทย) อีกด้วย
เล็ก ทำงานภาพถ่ายที่มุ่งเน้นไปที่การจับจ้องในประเด็นของความทรงจำเเละความจริงที่ดำรงอยู่ในสังคม ทั้งการปรากฏให้เห็นอย่างซึ่งหน้า เเละเนื้อหาที่แฝงลึกเเละแยบคาย ภาพถ่ายของเล็กมักมอบความจริงบางประการเเก่ผู้ชม แต่ในขณะเดียวกันความจริงที่เล็กมอบให้ได้กลับไปตั้งคำถามเชิงสังคมอย่างทรงพลัง
เล็ก คือช่างภาพที่มีพื้นฐานการสร้างสรรค์ที่มาจากงานจิตรกรรม วิธีคิดต่อ “ภาพ” เเละ “ต้นแบบ” ที่สร้างสรรค์ออกมาจึงน่าสนใจทั้งในมิติเเนวค ิดที่ซ่อนลึกมากกว่าตาเห็นเเละในมิติของการเล่นกับพื้นที่เเละเวลา นอกจากนี้ เล็กยังคงเป็นนักจับจ้องปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมด้วยสายตาอันเฉียบเเหลม และถ่ายทอดออกมาได้อย่างหมดจดเเละบาดลึก
เกี่ยวกับภัณฑารักษ์
กฤษฎา ดุษฎีวนิช (เกิด 1984 กรุงเทพ, ประเทศไทย)
ภัณฑารักษ์ประจำที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยได้คัดสรร และสร้างสรรค์นิทรรศการศิลปะมากมายที่เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ และการรับรู้ของพื้นที่หอศิลป์ในอาคารโบราณสถานด้วยความร่วมสมัย เขายังได้รับเชิญเป็นภัณฑารักษ์ในพื้นที่ศิลปะอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ งานภัณฑารักษ์ของเขามักแสดงออกถึงความคิดที่คมคาย การนำเสนอผลงานศิลปะของศิลปินออกมาได้อย่างกลมกล่อมกับพื้นที่ และการท้าทายการรับรู้ของผู้คนผ่านการจัดการความหมายของพื้นที่ว่างด้วยการติดตั้งผลงานศิลปะที่ท้าทาย และเล่นแร่แปรธาตุพื้นที่ศิลปะ และรวมถึงนอกเหนือพื้นที่ศิลปะ นิทรรศการเดี่ยวที่เขาเป็นภัณฑารักษ์มักแสดงให้เห็นการคลี่แนวคิดของศิลปินให้เห็นรอยแยกทางศิลปะที่ได้สร้างสรรค์มา รวมถึงการหาความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับการนำเสนอนิทรรศการ ตลอดจนเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการการสื่อสารแลกเปลี่ยนระหว่างภัณฑารักษ์ และศิลปิน ที่เข้าไปรื้อวิธีคิดทางศิลปะร่วมกันแล้วประกอบสร้างใหม่ให้เหมาะสมกับบริบทช่วงเวลา และพื้นที่ที่จัดแสดง
ผลงานนิทรรศการที่โดดเด่น ได้แก่ พร้อมสรรพ (2558 กรุงเทพฯ) อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม [un]forgotten โดย เล็ก เกียรติศิริขจร เเละ สเตฟานี บอร์คาร์/ นิโคลา เมโทร (2558 กรุงเทพฯ และเชียงใหม่) สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย (2559 กรุงเทพฯ) MONGKUT โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง (2561 กรุงเทพฯ) Extended Release โดย ปรัชญา พิณทอง (2564 กรุงเทพฯ) Keep in the dark โดย ตะวัน วัตุยา (2564 กรุงเทพฯ) Existence of Void โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ (2565 กรุงเทพฯ) Fragmentation / ฟแรกเม็นเทฌัน (2566 กรุงเทพฯ) BLISS โดย มิติ เรืองกฤตยา (2566 กรุงเทพฯ) UNDER THE BURNING SUN THE GRASS IS GREENER THAN EVER โดย เล็ก เกียรติศิริขจร (2566 กรุงเทพฯ) In Front of the Camera - In the Process of Looking โดย กรกฤช เจียรพินิจนันท์ (2567 กรุงเทพฯ) Landscape of Emptiness ภูมิทัศน์ของความว่างเปล่า โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ (2567 กรุงเทพฯ) A Million Little Odd Things, the Last Promise, and One Big Picture โดย นพไชย (ต้อย) อังควัฒนะพงษ์ และ ปิยลักษณ์ เบญจดล (2567 กรุงเทพฯ) และ CLOUD ม่าน เมฆ หมอก การแสดงผลงานศิลปะสะสมของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (2567 กรุงเทพฯ)





