
In Front of the Camera - In the Process of Looking
นิทรรศการเดี่ยว โดย กรกฤช เจียรพินิจนันท์
ภัณฑารักษ์ กฤษฎา ดุษฎีวนิช
27 มกราคม - 21 เมษายน 2024
มองย้อนกลับลงลึกไปสู่สาระความเป็นจริงของภาพถ่าย ที่เข้าไปสร้างบทสนทนาโดยตรง กับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ที่กรกฤชได้มีประสบการณ์โดยตรง กับสภาวะของวัตถุที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า และกระบวนการของการทำให้ปรากฏในมิติของช่วงเวลาก่อน และหลังการถ่ายทำผลงานภาพถ่าย
ภาพถ่ายหลากหลายวาระทั้งใน บริบทแวดล้อมของการผลิตแบบเชิงสารคดี เชิงพานิชย์ หรือเชิงทดลอง ได้ถูกนำมาหยิบยกวลีบางช่วงตอน มากล่าวขยาย และผลิตซ้ำในบริบทของพื้นที่เเละเวลาใหม่ที่เป็นปัจจุบัน ราวกับการย้อนหันกลับไปหาสะเก็ดตะกอนของกาลเวลาที่ภาพถ่ายนั้นๆ ได้บรรจงบันทึกไว้อย่างมีหมุดหมาย แล้วนำกลับมาสร้างบทพรรณนาแห่งความจริงในเหลี่ยมมุมใหม่ โดยมีการเชื่อมต่อเวลาด้วยสาระของการเคลื่อนตัว และการผันเปลี่ยนของภาษาที่เปล่งออกมาจากภาพถ่าย
ครั้งนี้ กรกฤช ได้นำผู้ชมเข้าสู่ภวังค์ของกาลเวลาที่ปรากฏในภาพถ่ายของเขา ที่สร้างบทสนทนาอันเชื่อมโยงร้อยเรียงดั่งสายน้ำที่ไหลเวียนเคลื่อนตัวไร้จุดสิ้นสุด ภาพถ่ายที่ปรากฏในวรรคตอนต่างๆ ได้เปล่งแสงให้เห็นถึงรอยเคลื่อนตัวของความจริงที่ร้อยรัดกับเวลา และวิวัฒนาการของภาพถ่ายที่มุ่งไปสู่จุดสูง สุด เราจึงได้เห็นรอยปริของความหมายของภาพถ่าย ตลอดจนเทคนิคต่างๆ มากมาย ที่ส่งผลต่อวิธีคิด และวิธีนำสารออกมาจากภาพเเทนของความจริง
เกี่ยวกับศิลปิน
กรกฤช เจียรพินิจนันท์ (B.1975 in Chiang Rai, Thailand)
กรกฤช เกิดเมื่อปี 2518 ที่จังหวัดเชียงราย จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงาน และพำนักอยู่ในกรุงเทพฯ สนใจงานภาพถ่ายในฐานะเครื่องมือในการค้นคว้า การมองตรรกะความจริงและความเป็นจริงที่ผันผ่าน รวมถึงความสัมพันธ์ในแง่ประสบการณ์และการจับจ้องสถานการณ์ต่างๆ ผลงานภาพถ่ายของกรกฤชสามารถสร้างภวังค์ให้ผู้ชมดำดิ่งไปสู่วัตถุที่ปรากฏกายตรงหน้า โดยแทรกตัวเข้าไปสื่อสารให้วัตถุนั้นๆ มีปฏิสัมพันธ์ที่ส่งตรงมาสู่ภาพถ่ายและผู้ชมได้อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ งานภาพถ่ายของ กรกฤช ไม่ได้สร้างภวังค์ของภาวะของการปรากฏของภาพเพียงเท่านั้น หากแต่เขายังได้สร้างประสบการณ์ใหม่ในการเข้าไปสู่รายละเอียดของภาพถ่ายนั้นๆด้วยกระบวนการ วิธีการ เทคนิค และวิธีติดตั้งจัดวางในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
About the Curator
กฤษฎา ดุษฎีวนิช (เกิด 1984 กรุงเทพ, ประเทศไทย)
ภัณฑารักษ์ประจำที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร ตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยได้คัดสรร และสร้างสรรค์นิทรรศการศิลปะมากมายที่เปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ และการรับรู้ของพื้นที่หอศิลป์ในอาคารโบราณสถานด้วยความร่วมสมัย เขายังได้รับเชิญเป็นภัณฑารักษ์ในพื้นที่ศิลปะอื่นๆอย่างสม่ำเสมอ งานภัณฑารักษ์ของเขามักแสดงออกถึงความคิดที่คมคาย การนำเสนอผลงานศิลปะของศิลปินออกมาได้อย่างกลมกล่อมกับพื้นที่ และการท้าทายการรับรู้ของผู้คนผ่านการจัดการความหมายของพื้นที่ว่างด้วยการติดตั้งผลงานศิลปะที่ท้าทาย และเล่นแร่แปรธาตุพื้นที่ศิลปะ และรวมถึงนอกเหนือพื้นที่ศิลปะ นิทรรศการเดี่ยวที่เขาเป็นภัณฑารักษ์มักแสดงให้เห็นการคลี่แนวคิดของศิลปินให้เห็นรอยแยกทางศิลปะที่ได้สร้างสรรค์มา รวมถึงการหาความเป็นไปได้ใหม่ๆสำหรับการนำเสนอนิทรรศการ ตลอดจนเน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการการสื่อสารแลกเปลี่ยนระหว่างภัณฑารักษ์ และศิลปิน ที่เข้าไปรื้อวิธีคิดทางศิลปะร่วมกันแล้วประกอบสร้างใหม่ให้เหมาะสมกับบริบทช่วงเวลา และพื้นที่ที่จัดแสดง
ผลงานนิทรรศการที่โดดเด่น ได้แก่ พร้อมสรรพ (2558 กรุงเทพฯ) อยากลืมกลับจำ อยากจำกลับลืม [un]forgotten โดย เล็ก เกียรติศิริขจร เเละ สเตฟานี บอร์คาร์/ นิโคลา เมโทร (2558 กรุงเทพฯ และเชียงใหม่) สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองเห็นโคลนตม อีกคนตาแหลมคม เห็นดวงดาวอยู่พราวพราย (2559 กรุงเทพฯ) MONGKUT โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง (2561 กรุงเทพฯ) Extended Release โดย ปรัชญา พิณทอง (2564 กรุงเทพฯ) Keep in the dark โดย ตะวัน วัตุยา (2564 กรุงเทพฯ) Existence of Void โดย ธวัชชัย พันธุ์สวัสดิ์ (2565 กรุงเทพฯ) Fragmentation / ฟแรกเม็นเทฌัน (2566 กรุงเทพฯ) BLISS โดย มิติ เรืองกฤตยา (2566 กรุงเทพฯ) UNDER THE BURNING SUN THE GRASS IS GREENER THAN EVER โดย เล็ก เกียรติศิริขจร (2566 กรุงเทพฯ) In Front of the Camera - In the Process of Looking โดย กรกฤช เจียรพินิจนันท์ (2567 กรุงเทพฯ) Landscape of Emptiness ภูมิทัศน์ของความว่างเปล่า โดย สนิทัศน์ ประดิษฐ์ทัศนีย์ (2567 กรุงเทพฯ) A Million Little Odd Things, the Last Promise, and One Big Picture โดย นพไชย (ต้อย) อังควัฒนะพงษ์ และ ปิยลักษณ์ เบญจดล (2567 กรุงเทพฯ) และ CLOUD ม่าน เมฆ หมอก การแสดงผลงานศิลปะสะสมของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม (2567 กรุงเทพฯ)





